Leonardo da Vinci (1452 – 1519)

>> วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551


เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci 1452 – 1519 )
เลโอนาร์โดได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะผู้รอบรู้ในศาสตร์ต่างๆ หลายสาขาอย่างลึกซึ้ง อาทิเช่น จิตรกรรม ประติมากรรม วิศวกรรม แพทย์ และวิทยาศาสตร์ เขาถือกำเนิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1452 ที่หมู่บ้านอันชิอาโน่ เมืองวินชี่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากฟลอเรนซ์เท่าใดนัก กล่าวเล่ากันว่าบิดาเป็น นักกฎหมายนามว่าเปียโร่ ส่วนมารดาเป็นชาวชนบทมีนามว่า แคเธอรีน่า บิดาและมารดาไม่ได้เข้า พิธีแต่งงานตามประเพณีทางศาสนา ดังนั้นจึงทำให้เลโอนาร์โดมีสภาพเป็นบุตรนอกกฎหมาย ชีวิต ในวัยเยาว์มีประวัติอันเลือนรางไม่ทราบแน่ชัด ตราบจนกระทั่งเมื่อมีอายุได้ราว 20 ปี จึงปรากฏหลักฐาน แน่ชัดว่า เขาได้สมัครเป็นสมาชิกสมาคมช่างจิตรกรนั้น เขาได้ศึกษาและฝึกหัดงานศิลปะอยู่กับ เวอร์รอคคิโออยู่นานถึง 7 ปี โดยมีหน้าที่เป็นทั้งศิษย์และผู้ช่วยของเวอร์รอคคิโอ มีภาพจิตรกรรม อยู่ภาพหนึ่งชื่อ “พิธิแบบติสม์” ( Babtism) ซึ่งเป็นผลงานที่รู้จักกันทั่วไปว่า เป็นฝีมือของเวอร์รอคคิโอ
Babtism


แต่ถ้าพิสูจน์ดูให้ดีจะเห็นว่ามีรูปนางฟ้าอยู่องค์หนึ่งมีลักษณะท่าทางและสวยงามมากเป็นพิเศษ สันนิษฐานกันว่ารูปนางฟ้าองค์นี้ เลโอนาร์โด คงจะช่วยอาจารย์วาด เรื่องนี้คงจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง
กล่าวกันว่าห้องทำงานของเวอร์รอคคิโอนั้นมีขนาดใหญ่มาก รับจ้างทำงานทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรมและงานตกแต่งทั่วไป เวอร์รอคคิโอเป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากในขณะนั้น เขาคงรับงานไว้มากจนงานล้นมือ ดังนั้นจึงต้องมีคนช่วยงานหลายคน และเหล่าผู้ช่วยก็คงจะเป็นศิษย์ของเขาเอง ในบรรดาศิษย์ด้วยกัน เลโอนาร์โดคงจะได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด เหตุนี้เองจึงสังเกตได้ว่า ในระยะปั้นปลายชีวิตของเวอร์รอคคิโอ เขาได้ทุ่มเทเวลาให้กับการสร้างงานประติมากรรมเป็นส่วนใหญ่ เมื่อมีงานจ้างจำพวกจิตรกรรม ก็คงจะมอบหมายให้เลโอนาร์โดเป็นผู้รับผิดชอบวาดแทนอยู่เสมอ จึงเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาระหว่างปี ค.ศ. 1472 ถึงปี ค.ศ. 1473 เลโอนาร์โดเริ่มมีโอกาสแสดงฝีมือทางจิตรกรรมด้วยตนเองหลายภาพด้วยกัน ที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ภาพ การประกาศพระศาสนา (The Annunciation) ซึ่งวาดขึ้นในขณะยังอยู่กับเวอร์รอคคิโอผู้เป็นอาจารย์
ี่The Annunciation
ในปี ค.ศ. 1481 ขณะที่เลโอนาร์โดกำลังวาดภาพ การคาราวะพระผู้เป็นเจ้า (Adoration of the Kings) ยังไม่ทันเสร็จเรียบร้อยดี เขาก็รีบทิ้งงานออกเดินทางไปทำงานกับเจ้าชายโลโดวิโก สฟอร์ซ่า ดยุคแห่งมิลาน การไปจากฟลอเรนซ์อย่างเร่งรีบด่วนเช่นนี้ สันนิษฐานกันว่า เลโอนาร์โดคงจะไม่ค่อยไว้ใจสถานการณ์ทางการเมืองของฟลอเรนซ์ เพราะว่ากระแสคลื่นที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองแบบเผด็จการของตระกูลเมดิชี่เริ่มก่อตัวในหมู่ประชาชน อีกทั้งลัทธิปรัชญานีโอ เพลโตนิคหรือลัทธิมนุษยธรรมนิยมตามแบบฉบับของเจ้าชายโลเรนโซ กับเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตของพระองค์ คงไม่เป็นที่ถูกใจของเลโอนาร์โดเท่าไรนัก นอกจากนี้ เขาคงคิดจะแสวงหาแหล่งที่สร้างชื่อเสียง มิลานคงเป็นแหล่งที่ดีเพราะว่าเป็นเมืองใหญ่ มีศิลปินเก่งๆ ไม่มากมายเหมือนฟลอเรนซ์ ทำให้เกิดการแข่งขันน้อย จึงมีโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงได้มากกว่า จากเหตุหลายประการดังกล่าว ทำให้เลโอนาร์โดมุ่งมั่นที่จะไปทำงานกับเจ้าชายโลโดวิโกให้ได้ ดังจะเห็นได้จากจดหมายที่เขาเขียนถึงเจ้าชายองค์นี้ แสดงความปรารถนาอยากจะได้งานอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ได้ ในจดหมายของเลโอนาร์โดสาธยายความสามารถของตนเองว่า ...เมื่อกล่าวอย่างย่อๆ ถึงความสามารถหลายอย่างแล้ว ข้าพระองค์สามารถคิดสร้างประดิษฐสิ่งต่างๆ ได้หลายชนิด ทั้งที่ใช้ในสงครามแบบรุกและแบบตั้งรับ...ในยามสงบ ข้าพระองค์มั่นใจว่ามีความสามารถ ทรงให้ความไว้พระทัยให้แก่ข้าพระองค์ได้อย่างเต็มที่ได้เท่ากับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านสถาปัตยกรรมหรือการก่อสร้างอะไรก็ได้ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นสิ่งสาธาราณะหรือของส่วนพระองค์ ยิ่งกว่านั้นข้าพระองค์ยังสามารถที่จะจัดลำเลียงน้ำจากแหล่งหนึ่งไปยังที่ต่างๆ ได้...ข้าพระองค์มีความรู้ความสามารถทางประติมากรรม ไม่ว่าจะเป็นงานที่สร้างด้วยหินอ่อน ทองสำริด หรือดินเหนียว และนอกจากนี้ข้าพองค์ยังสามารถในการวาดภาพอีกด้วย... เมื่อดยุคแห่งมิลานได้รับจดหมายสมัครงานก็ยอมรับเขาเข้าทำงานโดยมอบตำแหน่งแรกให้เป็นนักดนตรีประจำสำนัก ทำหน้าที่เป็นนักดีดพิณ

เลโอนาร์โดทำงานให้กับดยุคแห่งมิลานรวมระยะทั้งหมดยาวนานถึง 17 ปี เป็นช่วงชีวิตที่เขาได้แสดง ความสามารถอันยิ่งใหญ่ในศาสตร์ต่างๆ ให้ประจักษ์ เริ่มต้นบุกเบิกด้านคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่มากมาย จากสมุดบันทึกอันทรงคุณค่าของเขา ทั้งที่เป็นภาพร่างด้วยหมึกและดินสอ จะประกอบด้วยคำอธิบาย และข้อคิดที่น่าสนใจหลากหลาย บางเรื่องมีเนื้อหาเกี่ยวกับการค้นคว้าเรื่องการบินในอากาศ , การ ชลประทาน , พฤกษศาสตร์ , ธรณีวิทยา , สัตวศาสตร์ , เครื่องจักรกลที่ใช้พลังน้ำ , ยุทโธปกรณ์สงคราม , และเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ในแง่มุมต่างๆ อาทิเช่น สัดส่วนที่งดงามเป็นสูตรตายตัวกายวิภาค หรือแม้แต่ เรื่องการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มารดา ผลงานการค้นคว้าวิจัยเหล่านี้ บางเรื่องก็ประสบความสำเร็จ มีการสร้างให้พิสูจน์ให้เห็นจริงในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ บางอย่างก็ทำหน้าที่คล้ายดังดวงประทีปส่องนำทาง ให้คนรุ่นหลังค้นคิดกระทำสืบไป ในช่วงระยะแรกเมื่อเข้าไปทำงานในราชสำนักมิลานเลโอนาร์โดได้แสดงฝีมือทางจิตรกรรมชื่อ แม่พระบนแท่นหิน (Virgin on the Rocks) ให้เลื่องลือในความงาม แต่เขาได้สร้างความ งุนงงและสับสนแก่คนทั่วไปพอสมควร เมื่อวาดภาพที่มีเรื่องราวและการจัดภาพคล้ายคลึง กันขึ้นสองรูป จะผิดแปลกแตกต่างกันตรงรายละเอียดเพียงเล็กน้อย รูปหนึ่ง ในปัจจุบัน เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ประเทศฝรั่งเศส อีกรูปหนึ่งอยู่ที่สถานแสดงภาพแห่งชาติ ของอังกฤษในกรุงลอนดอน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตรกรรมได้พิสูจน์ว่า รูปที่อยู่ใน พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ วาดนั้นในปี ค.ศ. 1483 ส่วนอีกรูปหนึ่งนั้นวาดในปี ค.ศ. 1508 เมื่อนำ ภาพทั้งสองมาวิเคราะห์ จะเห็นได้ว่าเลโอนาร์โดได้นำบางสิ่งบางอย่างมาจากผลงานของ ฟรา ฟิลิปโป ลิปปิ จิตรกรเอกในสมัยต้นของเรอนาซอง ผู้มีแนวการวาดอันสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นต้นฉบับของศิลปะเรอนาซอง อาทิเช่น การจัดองค์ประกอบ นิยมให้รูปคน อยู่ภายในกรอบสามเหลี่ยมปิรามิดอยู่เบื้องหน้า เบื้องหลังชอบที่จะใช้เส้นนำสายตา ทำให้เกิดใกล้ไกลด้วยหลักทัศนียวิทยา


Virgin on the Rocks

ถึงแม้ว่าเลโอนาร์โดจะนำบางสิ่งบางอย่างดังกล่าวมาใช้ แต่เขาก็ได้คิดสร้างสรรค์พัฒนาให้ก้าวหน้า ยิ่งขึ้นไปอีก เขานำวิธีการสร้างภาพให้บังเกิดน้ำหนักอ่อนแก่ (Chiaroscuro) ด้วยการใช้แสงและเงา ตามแบบฉบับของมาซัคโช เขานำสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้เข้าผสมผสานกับการจัดวางลีลาท่าทาง และอากัปกิริยาของแม่พระ, พระเยซู , เซนต์จอห์นเดอะแบบติสต์ และนางฟ้าให้ประสานกลมกลืนกัน อย่างดียิ่ง เลโอนาร์โดกำหนดให้แสงสว่างจากด้านหน้าต่างร่างหมู่คนเหล่านั้นให้แลดูสว่างโพลน ช่วยเน้นให้เกิดมิติเด่นชัดจากภาพทิวทัศน์อันสลัวมึนซึมที่อยู่เบื้องหลัง

The Last Supper

ผลงานจิตรกรรมของเลโอนาร์โดชิ้นสำคัญในระยะเวลาต่อมาขณะทำงานกับดยุคแห่งมิลาน เขาได้วาด ภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเลื่องลือไว้ที่ผนังโบสถ์วัดซานตา มารีอา เดลเล กราซี ในเมืองมิลานเมื่อปี ค.ศ. 1495 ภาพนี้มีชื่อเรียกเป็นที่รู้จักกันว่า อาหารเย็นมื้อสุดท้าย โดยนำเอาเรื่องราวจากเหตุการณ์สำคัญ ในคริสต์ประวัติ แสดงถึงพระเยซูกับเหล่าสาวกสิบสองคนกำลังรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ก่อนที่ พระองค์จะถูกทหารโรมันจับกุมตัวไปลงโทษตรึงกางเขน เลโอนาร์โอจัดวางองค์ประกอบของภาพ อย่างง่ายบริสุทธิ์ มีโต๊ะอาหารยาววางขวางขนานเต็มภาพ พระเยซูประทับนั่งอยู่กลาง แวดล้อมด้วย เหล่าสาวก เลโอนาร์โดได้สร้างให้พระเยซูมีพระพักตร์สงบเงียบฉายแววแห่งความเมตตา พระหัตถ์ทั้งสอง ข้างวางแบอยู่บนโต๊ะอาหาร ทำให้บังเกิดเส้นรอบนอกของพระเยซูคล้ายกับอยู่ภายในกรอบสามเหลี่ยม ปิรามิด ช่วยเน้นให้ภาพดูมีอารมณ์นิ่งแน่วแน่และมั่นคง เบื้องหลังของพระองค์เป็นหน้าต่างสามช่อง เปิดรับแสงสว่างเต็มที่ ข่มร่างของพระองค์ให้ดูพร่าสลัว เสมือนอยู่ในบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกว่านั้น แสงสว่างจากหน้าต่างยังทำหน้าที่คล้ายกับแสงศริประภาอีกด้วย ในคริสตประวัติได้กล่าวว่า พระเยซู ทรงรู้แจ้งถึงประพฤติกรรมของสาวกผู้นำความลับไปแจ้งให้ทหารโรมันมาจับพระองค์ไป ดังนั้นจึงตรัสว่า ....แน่นอน ฉันอยากจะบอกแก่พวกท่านทั้งหลายว่า คนใดคนหนึ่งในหมู่ท่านนี้แหละจะทรยศต่อฉัน.... เลโอนาร์โดได้จัดภาพเหล่าสาวกให้เข้ากับบรรยากาศอันตรึงเครียดนี้ โดยให้แต่ละคนแสดงอากัปกิริยา เคลื่อนไหว มีการจับกลุ่มหันหน้าปรึกษาหารือกันทั้งหมด 4 กลุ่มด้วยกัน แต่ละคนแสดงท่าทางแตกต่าง ไม่ซ้ำแบบกัน แต่ก็แลดูประสานหมุนเวียนประสานสัมพันธ์เป็นเรื่องราวที่เป็นเอกภาพเดียวกันทั้งหมด บนใบหน้าของสาวกต่างละองค์แสดงอารมณ์รู้สึกนานาประการ มีที่ทั้งตื่นตระหนก สงสัย หรือแวว อันโกรธแค้น ดังเช่น สีหน้าของเซนต์ปีเตอร์เต็มไปด้วยความขึ้งโกรธ ส่วนเซนต์จอห์น แฝงแววความเมตตา และจูดาห์สาวกทรยศแสดงท่าทีของคนเจ้าเล่ห์ผู้วางมาดเมินเฉย ทำท่าเป็นทองไม่รู้ร้อน หันหน้ามองไปทาง พระเยซู ยกศอกขวาค้ำบนโต๊ะอาหารในมือกุมถุงเงิน ส่วนมือซ้ายยื่นไปทางพระเยซู แสดงท่าคล้ายกับยืนยัน ความบริสุทธ์ของตน ก่อนจะลงมือวาดภาพนี้ลงบนผนัง เลโอนาร์โดได้ใช้เวลาทุ่มเทศึกษาท่าทาง การแสดงออกของสาวกแต่ละคนมาอย่างดี อีกทั้งยังค้นคว้าตีความในพระคัมภีร์อย่างถี่ถ้วน เขาต้อง ตระเตรียมและร่างรูปสาวกแต่ละคนอย่างละเอียด ให้ได้ความงามทางศิลปะกับความจริงตามพระคัมภีร์ เขาได้บันทึกไว้ว่า จิตรกรที่ดีมีเรื่องใหญ่สองเรื่องที่ต้องคำนึง คือ เรื่องของมนุษย์และความปรารถนา ภายในวิญญาณของจิตรกรเอง เรื่องแรกนั้นเป็นของง่าย แต่เรื่องหลังเป็นของยาก เพราะมันต้องแสดง ออกทั้งทางอารมณ์และความช่ำชองของฝีมือ...งานจิตรกรรมที่ดีจะต้องไม่เพียงให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่คนดู เท่านั้น หากแต่จำต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดนั้นไม่ใช่แค่ปรากฏให้เห็นอยู่เพียงบนกำแพงเท่านั้น...





0 ความคิดเห็น:

About This Blog

Lorem Ipsum

  © Free Blogger Templates Autumn Leaves by Ourblogtemplates.com 2008

Back to TOP